10 อันดับ เมล็ดกาแฟ ยอดฮิต ที่คอกาแฟไม่ควรพลาด

ถ้าให้พูดถึงเครื่องดื่มที่ฮิตติดลมบนตลอดกาล ชื่อของ กาแฟ ต้องขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ แน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเช้าก่อนไปทำงาน ช่วงบ่ายที่ต้องการเติมพลัง หรือแม้แต่ช่วงเย็นที่อยากนั่งชิลล์พักผ่อน กาแฟก็เป็นเหมือนเพื่อนคู่คิดที่อยู่ข้างเราเสมอ แต่เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมกาแฟที่เราชงดื่มเองที่บ้านถึงรสชาติไม่เหมือนกับร้านโปรดสักที? คำตอบง่ายๆ เลยก็คือ เมล็ดกาแฟ นี่แหละค่ะ! เพราะเมล็ดกาแฟคือหัวใจสำคัญของกาแฟทุกแก้ว ถ้าเราเลือกเมล็ดดีๆ มีคุณภาพ รับรองว่ากาแฟที่ชงเองที่บ้านจะอร่อยจนต้องร้องว้าวเลยล่ะค่ะ

ในบทความนี้จะมาบอกเล่าประสบการณ์ตรงจากคนรักกาแฟที่ลองผิดลองถูกมาเยอะมาก ทั้งการเลือกซื้อ การชง และการเก็บรักษา เพื่อให้เพื่อนๆ ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกแบบเราอีกต่อไป เราจะมาแชร์เทคนิคดีๆ ในการเลือก เมล็ดกาแฟ ที่เหมาะกับสไตล์การดื่มของเรา พร้อมทั้งแนะนำคุณสมบัติเด่นๆ ของเมล็ดกาแฟแต่ละแบบ และบอกเคล็ดลับการชงกาแฟให้หอมอร่อยเหมือนมีบาริสต้าส่วนตัวที่บ้าน รับรองว่าอ่านจบแล้วจะได้ไอเดียไปช้อปปิ้งเมล็ดกาแฟถุงใหม่กันแน่นอนค่ะ!

แต่ก่อนจะไปถึงเนื้อหาหลัก เรามาดูกันก่อนว่าทำไมการเลือก เมล็ดกาแฟ ถึงสำคัญขนาดนั้น? ก็เพราะว่าเมล็ดกาแฟแต่ละชนิด แต่ละแหล่งปลูก แต่ละวิธีการคั่ว จะให้รสชาติและกลิ่นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ เหมือนกับการเลือกไวน์นั่นแหละค่ะ ถ้าเราเลือกเมล็ดที่เหมาะสมกับวิธีการชงและรสชาติที่เราชอบ เราก็จะมีความสุขกับกาแฟแก้วโปรดได้ทุกวัน และไม่ใช่แค่รสชาติเท่านั้นนะคะ การเลือกเมล็ดกาแฟยังส่งผลต่อสุขภาพด้วย เพราะเมล็ดกาแฟคุณภาพดีมักจะปราศจากสารเคมีและสารปรุงแต่งที่เป็นอันตรายค่ะ ดังนั้น การเลือกเมล็ดกาแฟที่ดีจึงเป็นทั้งเรื่องของความอร่อยและเรื่องของสุขภาพไปพร้อมๆ กันเลย

หลังจากอ่านบทความนี้จบ เพื่อนๆ จะได้ความรู้แบบครบเครื่องเรื่องเมล็ดกาแฟ ตั้งแต่การเลือกซื้อเบื้องต้นไปจนถึงเทคนิคขั้นสูงที่จะช่วยให้กาแฟของเราอร่อยยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หัดชงหรือคอกาแฟตัวยง ก็รับรองว่าจะมีประโยชน์แน่นอนค่ะ!

ใครกำลังตัดสินใจ และกำลังลังเลอยู่ว่า จะเลือกซื้อ “เมล็ดกาแฟ” ยี่ห้อไหนดี มาฟังข้อเปรียบเทียบเพื่อที่คุณจะได้เลือก เมล็ดกาแฟ ให้เหมาะกับความต้องการของคุณกันค่ะ KaninReview ได้คัด 10 อันดับ เมล็ดกาแฟ ไว้ให้คุณแล้วค่ะ จะมีตัวไหนน่าสนใจไปเลือกชมกันได้เลยค่ะ


เมล็ดกาแฟ ดอยปางขอน จังหวัดเชียงราย

เมล็ดกาแฟ กาแฟดอยปางขอน จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในกาแฟอาราบิก้าที่ขึ้นชื่อและได้รับความนิยม ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ “เข้ม หอม” เต็มไปด้วยรสสัมผัสและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟคั่วเข้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเมนูผสมนมที่ช่วยเติมเต็มรสชาติให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ด้วยเมล็ดกาแฟที่ปลูกจากแหล่งเพาะปลูกชั้นดี และผ่านกระบวนการคั่วที่ได้มาตรฐาน ทำให้กาแฟปางขอนเป็นตัวเลือกที่ลงตัวทั้งสำหรับการชงดื่มเองที่บ้าน ที่ทำงาน หรือแม้กระทั่งสำหรับร้านกาแฟที่ต้องการลดต้นทุนแต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพและรสชาติที่ถูกปากลูกค้า

เมล็ดกาแฟปางขอนของ Threebeans (ทรีบีน) คั่วใหม่และจัดส่งรวดเร็วทุกวัน เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับเมล็ดกาแฟล็อตใหม่และคงความสดใหม่ของกลิ่นและรสชาติไว้ได้เต็มที่ โดยบรรจุในถุงแบบมีวาล์วเพื่อช่วยรักษาคุณภาพของเมล็ดกาแฟให้เก็บรักษาได้นานยิ่งขึ้น ก่อนถึงมือลูกค้าผู้ที่ชื่นชอบกาแฟรสชาติเข้มข้น และมีระดับการคั่วให้เลือกถึง 2 ระดับ ได้แก่ DARK (คั่วเข้ม) ที่ให้ความหอมกำลังดี มีบอดี้เต็ม และรสชาติโทนคาราเมลที่เข้ากันได้ดีทั้งเมนูร้อนและเย็น ส่วนอีกระดับคือ SUPER DARK (คั่วเข้มมาก) ที่ให้บอดี้หนักแน่น ไม่มีความเปรี้ยว และรสชาติเข้มข้นเต็มที่โดยไม่มีกลิ่นไหม้ ทำให้เมนูนมทุกชนิดมีความสมบูรณ์แบบ

นอกจากเมล็ดกาแฟที่สามารถนำไปบดเองแล้ว ทางร้านยังมีแบบบดละเอียดให้เลือกซื้อ ทำให้สะดวกสบายในการนำไปชงด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Moka pot (หม้อต้มกาแฟ) เครื่องชงกาแฟ หรือเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ ทำให้ไม่ว่าคุณจะชงกาแฟแบบไหนก็สามารถรังสรรค์กาแฟแก้วโปรดได้ง่าย ๆ ด้วยกาแฟปางขอนแท้จากเชียงราย ที่คุณมั่นใจได้ว่าคุ้มค่าทั้งคุณภาพและราคา


คุณสมบัติสินค้า

  • ประเภทเมล็ดกาแฟ: อาราบิก้าแท้ 100% เกรดรวมคัดมือจากเกษตรกร
  • ขนาดบรรจุ: 200 กรัม บรรจุในถุงแบบมีวาล์วเพื่อรักษาความหอมและรสชาติ
  • ระดับการคั่ว:
  • DARK (คั่วเข้ม): ให้กลิ่นหอม รสชาติโทนคาราเมล มีบอดี้เต็ม เหมาะสำหรับเมนูร้อนและเย็น
  • SUPER DARK (คั่วเข้มมาก): บอดี้หนักแน่น ไม่มีรสเปรี้ยว รสชาติเข้มข้นโดยไม่มีกลิ่นไหม้ เหมาะสำหรับเมนูนม
  • รูปแบบผลิตภัณฑ์: มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ แบบเมล็ด และแบบบดละเอียด
  • ความคุ้มค่า: ราคาจากโรงคั่วโดยตรง ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไรให้ร้านค้า

Minimex เมล็ดกาแฟ Coffee Beans 250 g. มี 4 สูตร

Minimex Classic เมล็ดกาแฟ มอบประสบการณ์การดื่มกาแฟที่หลากหลายด้วยเมล็ดกาแฟคุณภาพสูง 4 สูตร เพื่อตอบโจทย์คอกาแฟทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบกาแฟรสชาตินุ่มนวลไปจนถึงคนที่หลงใหลในความเข้มข้นถึงใจ เมล็ดกาแฟทุกสูตรผ่านการคั่วในระดับ Medium Dark ทำให้ได้กลิ่นหอมและรสชาติที่ลงตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกาแฟร้อน ซึ่งจะช่วยดึงรสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละสูตรออกมาได้อย่างเต็มที่

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟอาราบิก้าแท้ ๆ Classic no. 1 คือคำตอบ ด้วยส่วนผสมจาก Arabica 100% ที่ผ่านการคั่วอย่างพิถีพิถัน ทำให้ได้รสชาติที่นุ่มนวล หอมละมุน เหมาะสำหรับการชงกาแฟร้อนดื่มยามเช้าเพื่อปลุกความสดชื่น ส่วนคนที่มองหาความกลมกล่อมระหว่างความนุ่มนวลของอาราบิก้าและความเข้มข้นของโรบัสต้า Classic no. 2 ที่มีส่วนผสม Arabica 70% | Robusta 30% และ Classic no. 3 ที่มีส่วนผสม Arabica 50% | Robusta 50% ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Classic no. 3 ที่สามารถชงได้ทั้งกาแฟร้อนและเย็น ให้รสชาติเข้มข้นถูกใจคอกาแฟเย็นอย่างแท้จริง

แต่ถ้าคุณเป็นคอกาแฟที่ต้องการความเข้มข้นแบบจัดเต็ม Classic no. 4 ที่ใช้เมล็ดกาแฟ Robusta 100% คือสูตรที่คุณต้องลอง ด้วยรสชาติที่เข้มข้นและหนักแน่น กลิ่นหอมเข้มแบบสตรอง ทำให้กาแฟไม่เจือจางเมื่อผสมกับนมหรือส่วนผสมอื่น ๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการชงกาแฟเย็นหรือเมนูที่มีส่วนผสมของนม เพื่อให้ได้รสชาติที่ทรงพลังและลงตัวในทุกแก้ว


คุณสมบัติสินค้า

  • Minimex Classic no. 1
  • เมล็ดกาแฟ Arabica 100%
  • ระดับการคั่ว: Medium Dark
  • รสชาติ: หอมนุ่ม ละมุน
  • เหมาะสำหรับ: กาแฟร้อน
  • Minimex Classic no. 2
  • ส่วนผสม: Arabica 70% | Robusta 30%
  • ระดับการคั่ว: Medium Dark
  • รสชาติ: หอม นุ่มนวล กลมกล่อม
  • เหมาะสำหรับ: กาแฟร้อน
  • Minimex Classic no. 3
  • ส่วนผสม: Arabica 50% | Robusta 50%
  • ระดับการคั่ว: Medium Dark
  • รสชาติ: เข้มถึงใจ หอมอร่อย
  • เหมาะสำหรับ: กาแฟร้อนและกาแฟเย็น
  • Minimex Classic no. 4
  • เมล็ดกาแฟ Robusta 100%
  • ระดับการคั่ว: Medium Dark
  • รสชาติ: เข้ม หอม สตรอง
  • เหมาะสำหรับ: กาแฟเย็น (ผสมนมหรือน้ำก็ไม่เจือจาง)

Roast Master 230g.x 4 (เมล็ดกาแฟคั่ว-เมล็ดกาแฟบด

เมล็ดกาแฟคั่ว UCC Roast Master Espresso Dark Roast เป็นกาแฟที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับกาแฟเอสเปรสโซ มีส่วนผสมของกาแฟคุณภาพสูง 100% ทำให้มั่นใจได้ถึงความบริสุทธิ์และรสชาติแท้จริงของกาแฟ การคั่วแบบเข้ม (Dark Roast) จะดึงรสชาติที่เข้มข้นและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเมล็ดกาแฟออกมาอย่างเต็มที่ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการนำไปชงกาแฟเอสเปรสโซ หรือกาแฟนมต่างๆ เช่น ลาเต้ คาปูชิโน่ เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและหนักแน่น

เมล็ดกาแฟ UCC Roast Master นี้ ผ่านกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันตั้งแต่การคัดเลือกเมล็ดกาแฟจนถึงการบรรจุ ทำให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพสม่ำเสมอในทุกถุง มีจำหน่ายในรูปแบบแพ็ค 4 ถุง ถุงละ 230 กรัม รวมเป็นน้ำหนักสุทธิ 920 กรัม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟรสเข้มข้นและดื่มเป็นประจำ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกซื้อได้ทั้งแบบเมล็ดกาแฟคั่ว หรือแบบบดแล้ว เพื่อความสะดวกในการใช้งานตามอุปกรณ์ชงกาแฟที่มี

การเลือกใช้เมล็ดกาแฟคั่วระดับเข้มจาก UCC Roast Master จะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์การดื่มกาแฟแบบมืออาชีพ ด้วยรสชาติที่เข้มข้น นุ่มลึก และมีกลิ่นหอมกรุ่น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยกาแฟแก้วโปรด หรือสำหรับร้านกาแฟที่ต้องการวัตถุดิบคุณภาพดีในราคาที่คุ้มค่า เพื่อสร้างสรรค์เมนูกาแฟที่หลากหลายและถูกใจลูกค้า


คุณสมบัติสินค้า

  • ชนิดของกาแฟ: เมล็ดกาแฟคั่วเข้ม (Dark Roast)
  • ส่วนประกอบ: กาแฟ 100%
  • รสชาติ: เข้มข้น, จัดจ้าน
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับชงกาแฟเอสเปรสโซ และเมนูอื่น ๆ ที่มีเอสเปรสโซเป็นส่วนประกอบ
  • ขนาดบรรจุ: 230 กรัม x 4 ถุง

เมล็ดกาแฟ Nexterday Blend

เมล็ดกาแฟ Nexterday Blend จาก Liebe Cafe เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างเมล็ดกาแฟอาราบิก้าจากสองแหล่งเพาะปลูกชั้นเยี่ยม ได้แก่ บราซิลและลาว ซึ่งการเบลนด์นี้คัดสรรสายพันธุ์กาแฟหลากหลายชนิด เช่น Bourbon, Mundo Nuvo, Catimor, Typica และ Catuai มาผ่านกระบวนการแปรรูปทั้งแบบ Natural และ Washed เพื่อดึงรสชาติและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ออกมาได้อย่างเต็มที่ ด้วยความสูงของพื้นที่เพาะปลูกที่ 900-1,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพสูงและมีรสชาติที่ซับซ้อนน่าสนใจ

เมล็ดกาแฟ Nexterday Blend ผ่านการคั่วระดับกลาง (Medium Roast) เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและสมดุล มีกลิ่นหอมของช็อกโกแลตเข้มข้น และมีรสสัมผัสของอัลมอนด์บัตเตอร์ และผลไม้แห้ง ทำให้กาแฟแก้วนี้มีรสหวานละมุนแบบธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องเติมน้ำเชื่อมใดๆ นอกจากนี้ ด้วยคุณสมบัติที่คั่วมาเพื่อให้นุ่มลึกและเข้ากับนมได้ดี จึงเหมาะสำหรับทั้งการชงเป็นกาแฟดำอย่างอเมริกาโน่ หรือเมนูกาแฟนมอย่างลาเต้ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและนัวลิ้น

เพื่อมอบความสดใหม่ให้กับลูกค้า เมล็ดกาแฟ Nexterday Blend จะถูกคั่วใหม่ทุกๆ 3-5 วัน โดยมีขนาดให้เลือกทั้ง 100g, 200g และ 500g ที่สำคัญคือทางร้านมีบริการบดเมล็ดกาแฟฟรีด้วยเครื่องบดระดับไฮเอนด์อย่าง Mazzer ZM เพื่อให้คุณได้รับรสชาติที่ดีที่สุดทันทีที่นำไปชงกาแฟเองที่บ้าน ทำให้กาแฟเบลนด์นี้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการกาแฟที่สามารถดื่มได้ทุกวัน (everyday coffee) ที่ให้รสชาติที่นุ่มนวลและอร่อยอย่างสม่ำเสมอ


คุณสมบัติสินค้า

  • สายพันธุ์: Arabica 100%
  • ความสูงของแหล่งเพาะปลูก: 900 – 1,350 เมตรจากระดับน้ำทะเล
  • กระบวนการแปรรูป: Natural และ Washed Process
  • ระดับการคั่ว: คั่วกลาง (Medium Roast)
  • Tasting Notes: ช็อกโกแลต, อัลมอนด์บัตเตอร์, และผลไม้แห้ง
  • ความพิเศษ: คั่วสดใหม่ทุก 3-5 วัน และบดฟรีด้วยเครื่องบด Mazzer ZM

เมล็ดกาแฟดอยสามหมื่น Washed process จังหวัดเชียงใหม่

เมล็ดกาแฟดอยสามหมื่นจาก Cherdchai Coffee Roasters เป็นกาแฟอาราบิก้าคุณภาพเยี่ยมจากจังหวัดเชียงใหม่ที่โดดเด่นด้วยกระบวนการแปรรูปแบบ Washed Process อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งพัฒนาโดยนักแปรรูปชาวโคลอมเบีย ทำให้เมล็ดกาแฟมีรสชาติที่สะอาดและสดชื่น เหมาะสำหรับชงได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นกาแฟดำหรือกาแฟนม โดยตัวกาแฟจะให้กลิ่นหอมของผลไม้ มีรสเปรี้ยวอมหวานคล้ายชาเลมอนและผลไม้ตระกูลแอปเปิ้ลหรือลูกแพร และปิดท้ายด้วยรสคาราเมลที่ติดปลายลิ้น


เมื่อพูดถึงรสชาติและกลิ่นสัมผัส เมล็ดกาแฟดอยสามหมื่น Washed process ให้รสชาติที่ซับซ้อนและมีมิติ กลิ่นหอมสดชื่นของผลไม้และดอกไม้เข้ามาเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยรสเปรี้ยวแบบเลมอนที่ชัดเจนแต่ไม่บาดคอ พร้อมกับความหวานฉ่ำคล้ายแอปเปิ้ลแดงหรือลูกแพร์ ทำให้ได้รสสัมผัสที่สดใสและสดชื่น บอดี้ของกาแฟอยู่ในระดับปานกลาง พร้อมกับรสคาราเมลที่ทิ้งค้างไว้ในปากหลังดื่ม ซึ่งเป็นความพิเศษที่ทำให้กาแฟตัวนี้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น


Cherdchai Coffee Roasters ใส่ใจในทุกรายละเอียดของเมล็ดกาแฟ โดยเลือกใช้กระบวนการผลิตจากธรรมชาติ 100% ปราศจากการปรุงแต่งกลิ่นหรือรสชาติใดๆ เพื่อคงไว้ซึ่งรสชาติดั้งเดิมของเมล็ดกาแฟที่แท้จริง โดยทางร้านมีระดับการคั่วให้เลือก 2 ระดับ ได้แก่ คั่วอ่อน (Light Roast) ซึ่งจะคงความหอมสดชื่นและรสเปรี้ยวแบบดั้งเดิมไว้มากที่สุด เหมาะสำหรับสายดริปหรือฟิลเตอร์ที่ชื่นชอบกาแฟดำ และคั่วกลาง (Medium Roast) ที่ให้รสชาติสมดุล มีบอดี้ปานกลาง และยังคงรสเปรี้ยวบางเบา ทำให้เหมาะทั้งการชงแบบฟิลเตอร์ อเมริกาโน่ หรือแม้กระทั่งกาแฟนม


คุณสมบัติสินค้า

  • แหล่งเพาะปลูก: ดอยสามหมื่น จังหวัดเชียงใหม่
  • สายพันธุ์: อาราบิก้า
  • กระบวนการแปรรูป: Washed Process แบบพิเศษโดยนักแปรรูปชาวโคลอมเบีย
  • รสชาติ (Tasting Notes): ชาเลมอน, แอปเปิ้ลแดง, คาราเมล
  • ระดับการคั่ว: คั่วอ่อน (Light Roast) และ คั่วกลาง (Medium Roast)
  • ระดับความเข้ม: บอดี้ปานกลาง (Medium Body)

เมล็ดกาแฟ Colombia Amparo Pink Bourbon Coffee Beans

เมล็ดกาแฟดอยสามหมื่นจากจังหวัดเชียงใหม่ โดยโรงคั่ว Cherdchai Coffee Roasters เป็นกาแฟอาราบิก้าที่ผ่านกระบวนการแปรรูปแบบ Washed Process ที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยฝีมือของนักแปรรูปกาแฟชาวโคลอมเบีย กาแฟตัวนี้จึงให้กลิ่นหอมของผลไม้ที่สดชื่น พร้อมรสชาติที่ซับซ้อนแต่ดื่มง่าย โดดเด่นด้วยความเปรี้ยวคล้ายเลมอนชาที่สดใส และรสหวานฉ่ำที่ให้ความรู้สึกคล้ายแอปเปิ้ลแดงหรือลูกแพร์ ปิดท้ายด้วยบอดี้ที่นุ่มนวลและคงค้างอยู่ที่โคนลิ้นแบบคาราเมล ทำให้กาแฟแก้วนี้มีรสสัมผัสที่สะอาดและดื่มง่าย เหมาะสำหรับทุกเมนู ไม่ว่าจะเป็นกาแฟดำหรือกาแฟนม

กระบวนการผลิตของกาแฟดอยสามหมื่นเป็นไปอย่างธรรมชาติ 100% โดยไม่มีการปรุงแต่งกลิ่นหรือรสชาติเพิ่มเติม กลิ่นและรสชาติที่ระบุไว้เป็นผลจากการทดสอบและชิมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟอย่างพิถีพิถัน ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้สัมผัสกับรสชาติที่แท้จริงของเมล็ดกาแฟอาราบิก้าจากดอยสามหมื่นอย่างเต็มที่ โรงคั่วเฉิดฉายยังเข้าใจถึงความต้องการที่หลากหลายของผู้ดื่ม จึงมีระดับการคั่วให้เลือก 2 ระดับ ได้แก่ คั่วอ่อน (Light Roast) สำหรับผู้ที่ต้องการคงรสชาติและกลิ่นดั้งเดิมของกาแฟไว้มากที่สุด และคั่วกลาง (Medium Roast) ที่ให้ความสมดุลระหว่างความเปรี้ยวและบอดี้ที่พอเหมาะ

นอกจากนี้ การคั่วแต่ละระดับยังมอบประสบการณ์การดื่มที่แตกต่างกัน สำหรับเมล็ดคั่วอ่อน จะให้กลิ่นที่หอมสดชื่น รสเปรี้ยวบางเบา และมีบอดี้ที่ค่อนข้างน้อย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟดำแบบดริปหรือฟิลเตอร์ เพราะจะให้รสชาติที่สะอาดและอาฟเตอร์เทสที่น่าประทับใจ ส่วนการคั่วกลางนั้น ให้ความสดชื่นและมีบอดี้ปานกลาง พร้อมรสเปรี้ยวเพียงเล็กน้อยเพื่อให้คงรสชาติดั้งเดิมของกาแฟไว้ได้ดี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการชงเป็นอเมริกาโน่หรือกาแฟฟิลเตอร์ แต่ก็สามารถนำไปทำกาแฟนมได้เช่นกัน


คุณสมบัติสินค้า

  • แหล่งที่มา: เมล็ดกาแฟอาราบิก้าจากดอยสามหมื่น จังหวัดเชียงใหม่
  • กระบวนการแปรรูป: Washed Process แบบพิเศษโดยนักแปรรูปชาวโคลอมเบีย
  • กลิ่นและรสชาติ (Tasting Notes): เลมอนชา, แอปเปิ้ลแดง, คาราเมล (กลิ่นและรสชาติที่ได้จากการ Cupping และทดลองชิม)
  • กระบวนการผลิต: ธรรมชาติ 100% ไม่ใช้สารแต่งกลิ่น
  • ระดับการคั่ว: มีให้เลือก 2 ระดับ
  • คั่วอ่อน (Light Roast): รสชาติสะอาด อาฟเตอร์เทสดี เหมาะสำหรับกาแฟดำแบบดริปหรือฟิลเตอร์
  • คั่วกลาง (Medium Roast): บอดี้ปานกลาง มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย เหมาะสำหรับอเมริกาโน่, ฟิลเตอร์ และสามารถทำเป็นกาแฟนมได้

เมล็ดกาแฟดิบ Costa Rica Tarrazu Mirazu

เมล็ดกาแฟ Costa Rica Tarrazu Mirazu (Geisha blend) เป็นกาแฟที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยสายพันธุ์ที่หลากหลายและกระบวนการแปรรูปแบบ Raisin Honey ที่พิถีพิถัน ทำให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีรสชาติซับซ้อนและน่าค้นหา กาแฟตัวนี้ปลูกในภูมิภาค Tarrazu ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกาแฟชั้นนำของคอสตาริกา และยังเป็นที่รู้จักในระดับโลกด้วยคุณภาพของกาแฟที่ยอดเยี่ยม โดยปลูกที่ระดับความสูง 1,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งช่วยให้เมล็ดกาแฟเติบโตช้าและสะสมสารอาหารได้อย่างเต็มที่ เป็นผลให้กาแฟมีคุณภาพสูงและมีรสชาติที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น


สำหรับรสชาติและกลิ่นของเมล็ดกาแฟนี้มีความโดดเด่นและหลากหลายอย่างน่าทึ่ง เมื่อได้ลิ้มลองจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของ ลาเวนเดอร์ ที่ชวนให้ผ่อนคลาย ตามด้วยรสชาติที่ซับซ้อนคล้าย พีช และ องุ่นเคียวโฮ ผสมผสานกับกลิ่นหอมของ เม็ดผักชี ทำให้เกิดมิติของรสชาติที่แปลกใหม่ นอกจากนี้ยังมีรสเปรี้ยวอมหวานของ บลูเบอร์รี ที่สดชื่น และปิดท้ายด้วยความหวานฉ่ำของ แยมสัปปะรด ที่มีกลิ่นอายของ โรสแมรี อย่างลงตัว รสสัมผัสเหล่านี้ทำให้การดื่มกาแฟในแต่ละครั้งเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ


การคัดเลือกเมล็ดกาแฟของ Mirazu และซีรีส์ยอดนิยมอย่าง Canet Musician Series ล้วนผ่านกระบวนการที่เข้มงวด โดยเฉพาะการเลือกเฉพาะเมล็ดเกรด SHB (Strictly Hard Bean) ซึ่งบ่งบอกถึงกาแฟที่ปลูกในพื้นที่สูงกว่า 1,200 เมตร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กาแฟมีรสชาติที่เข้มข้นและชัดเจน นอกจากนี้ กาแฟยังเหมาะกับการชงหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการชงแบบ Filter (คั่วอ่อน) เพื่อดึงความซับซ้อนของรสชาติออกมา หรือการชงแบบ Espresso (คั่วกลาง) เพื่อให้ได้ความเข้มข้นและบอดี้ที่เต็มคำ ไม่ว่าจะเป็นคอกาแฟมือใหม่หรือผู้เชี่ยวชาญก็สามารถเพลิดเพลินกับกาแฟคุณภาพนี้ได้อย่างเต็มที่


คุณสมบัติสินค้า

  • กระบวนการแปรรูป: Raisin Honey ซึ่งเป็นกระบวนการพิเศษที่ให้รสชาติซับซ้อนและโดดเด่น
  • สายพันธุ์: เป็นการผสมผสานของสายพันธุ์ Geisha, ET47, SL28 และ Maico
  • ระดับความสูงในการปลูก: 1,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
  • เกรดเมล็ดกาแฟ: SHB (Strictly Hard Bean) ซึ่งบ่งชี้ถึงคุณภาพและความหนาแน่นของเมล็ดกาแฟ
  • รสชาติ (Tasting Notes): มีกลิ่นและรสชาติที่ซับซ้อนของดอกไม้และผลไม้ เช่น ลาเวนเดอร์, พีช, องุ่นเคียวโฮ, บลูเบอร์รี, แยมสับปะรด และยังมีกลิ่นหอมของสมุนไพรอย่างเม็ดผักชีและโรสแมรี
  • ระดับการคั่วที่แนะนำ: คั่วอ่อนสำหรับชงแบบ Filter และคั่วกลางสำหรับชงแบบ Espresso

เมล็ดกาแฟ Panama Geisha La Esmeralda

เมล็ดกาแฟ Panama Geisha ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก ด้วยรสชาติที่ซับซ้อนและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะจากแหล่งเพาะปลูกในประเทศปานามาที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตหลัก ที่นี่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษจากไร่กาแฟระดับตำนานอย่าง Hacienda La Esmeralda ซึ่งเป็นผู้ปลุกกระแสให้เมล็ดกาแฟสายพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หลังจากที่ได้รับรางวัลมากมายในปี 2017 และทำให้ Geisha กลายเป็นที่สนใจของคอกาแฟพิเศษทั่วโลกอย่างแท้จริง

การเพาะปลูกเมล็ดกาแฟ Geisha ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องปลูกบนพื้นที่สูงในหุบเขา Boquete ที่มีความสูงถึง 1,550-1,700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้การเก็บเกี่ยวเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์แบบทั้งดิน อุณหภูมิ แสงแดด และความชื้น จึงช่วยให้เมล็ดกาแฟเติบโตอย่างช้า ๆ และดูดซับแร่ธาตุต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดรสชาติและกลิ่นที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะความหอมของดอกไม้และกลิ่นเปรี้ยวสดชื่นแบบผลไม้ตระกูลส้ม

เมล็ดกาแฟ Panama Geisha มีหลากหลายโปรไฟล์รสชาติขึ้นอยู่กับแหล่งเพาะปลูกและกระบวนการแปรรูป โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟจาก Mama Cata Estate (Washed) ที่ให้กลิ่นหอมของมะลิ เลมอน และน้ำผึ้ง ในขณะที่ La Esmeralda มีทั้งแบบ Washed และ Natural ซึ่งให้รสชาติที่ต่างกันอย่างชัดเจน แบบ Washed ให้กลิ่นดอกไม้สีขาว ส้ม และพีช ส่วนแบบ Natural จะให้รสชาติของเชอร์รี ผลไม้เขตร้อน และมะม่วง ทำให้คอกาแฟสามารถเลือกสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลายได้ตามความชอบ และด้วยเกรดที่สูงถึง 91.00 ทำให้ Geisha เป็นกาแฟที่ห้ามพลาดสำหรับผู้ที่หลงใหลในกาแฟพิเศษอย่างแท้จริง


คุณสมบัติสินค้า

  • Panama Geisha Mama Cata Estate (Washed)
  • แหล่งเพาะปลูก: Mama Cata Estate
  • ระดับความสูง: 1,675 – 1,700 เมตร
  • รสชาติเด่น: มะลิ, เลมอน, น้ำผึ้ง, ชาส้มยูซุ, ดอกส้ม
  • คำแนะนำ: เหมาะสำหรับการชงแบบ Filter
  • Panama Geisha La Esmeralda (Washed)
  • แหล่งเพาะปลูก: Hacienda La Esmeralda
  • ระดับความสูง: 1,550 เมตร
  • รสชาติเด่น: ดอกไม้ขาว, ส้ม, พีช, เบอร์รี
  • คำแนะนำ: เหมาะสำหรับการชงแบบ Filter
  • Panama Geisha La Esmeralda (Natural)
  • แหล่งเพาะปลูก: Hacienda La Esmeralda
  • ระดับความสูง: 1,550 เมตร
  • รสชาติเด่น: เชอร์รี, ผลไม้เขตร้อน, เลมอน, มะม่วง
  • คำแนะนำ: เหมาะสำหรับการชงแบบ Filter
  • เกรดกาแฟ: Specialty Coffee คะแนนสูงถึง 91.00
  • ความสำเร็จ: Hacienda La Esmeralda ได้รับรางวัล 3 รางวัลในปี 2017 ซึ่งเป็นปีที่ได้รับรางวัลมากที่สุด

Tanmonkey Coffee เมล็ดกาแฟคั่ว

Tanmonkey Coffee เมล็ดกาแฟคั่ว มุ่งมั่นที่จะส่งมอบกาแฟคั่วคุณภาพที่สดใหม่ถึงมือลูกค้า ด้วยการคัดสรรเมล็ดกาแฟชั้นเยี่ยมจากแหล่งเพาะปลูกทั่วโลก และนำมาผ่านกระบวนการคั่วอย่างพิถีพิถันตามมาตรฐานของแบรนด์ เพื่อดึงเอารสชาติและกลิ่นหอมตามธรรมชาติของเมล็ดกาแฟแต่ละชนิดออกมาให้ชัดเจนที่สุด แม้ว่ากาแฟในแต่ละฤดูกาลอาจมีรสชาติที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่ทางร้านจะแจ้งชื่อผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจนเสมอเพื่อให้ลูกค้าทราบถึงความพิเศษเฉพาะของกาแฟชุดนั้นๆ โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อเมล็ดกาแฟได้ทั้งแบบไม่บดและแบบบดแล้ว ซึ่งกาแฟคั่วสดใหม่นี้จะถูกบรรจุในถุงฟอยล์คุณภาพสูงเพื่อรักษาความหอมและคุณภาพของกาแฟไว้อย่างดีที่สุด

หัวใจสำคัญของ Tanmonkey Coffee คือการศึกษาและทำความเข้าใจรสชาติและกลิ่นของกาแฟจากแต่ละพื้นที่อย่างละเอียด ทำให้กาแฟทุกตัวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มาจากธรรมชาติ 100% โดยกาแฟที่จำหน่ายจะถูกคั่วใหม่ภายใน 1-5 วันก่อนจัดส่ง และเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด ทางร้านแนะนำให้พักกาแฟก่อนนำไปชง โดยกาแฟคั่วอ่อนควรพัก 7-10 วัน ส่วนกาแฟคั่วกลางถึงคั่วเข้มควรพัก 5-7 วัน แต่ถ้าเป็นกาแฟแบบบดแล้วก็สามารถนำไปชงได้ทันทีโดยไม่ต้องรอพัก

การดื่มกาแฟให้อร่อยนั้นมีหลายปัจจัย ทั้งระดับการคั่ว การบด อุณหภูมิของน้ำ และวิธีการชง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อรสชาติและกลิ่นของกาแฟทั้งสิ้น Tanmonkey Coffee จึงพร้อมให้คำปรึกษาและตอบคำถามทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการชงกาแฟ เพื่อให้ลูกค้าสามารถสัมผัสกับรสชาติและกลิ่นหอมที่สมบูรณ์แบบของกาแฟได้อย่างแท้จริง และหากลูกค้ามีความต้องการพิเศษในการคั่วกาแฟในระดับที่ต้องการก็สามารถติดต่อเพื่อสั่งคั่วพิเศษได้โดยตรง


คุณสมบัติสินค้า

  • รอบคั่วกาแฟ: กาแฟจากทางร้านเป็นกาแฟคั่วใหม่ภายใน 1-5 วันก่อนจัดส่ง
  • การพักเมล็ดกาแฟ:
  • แบบไม่บด: แนะนำให้พักกาแฟก่อนชงเพื่อรสชาติที่ดีที่สุด
    • คั่วอ่อน: พัก 7-10 วัน
    • คั่วกลาง/กลางเข้ม/เข้ม: พัก 5-7 วัน
  • แบบบดแล้ว: สามารถชงได้ทันทีโดยไม่ต้องพัก
  • การคั่วพิเศษ: สามารถติดต่อร้านเพื่อสั่งคั่วในระดับที่ต้องการได้
  • การบรรจุภัณฑ์: กาแฟบรรจุในถุงฟอยล์คุณภาพดีเพื่อคงความสดใหม่และคุณภาพของกาแฟไว้

Alto Coffee เมล็ดกาแฟ คั่วกลางค่อนเข้ม 1

Alto Coffee เมล็ดกาแฟ 1963 Signature Blend คือเมล็ดกาแฟเบลนด์พิเศษที่เป็นตัวเลือกยอดนิยมของทางร้าน โดยถูกคัดสรรจากแหล่งปลูกชั้นนำถึง 3 แห่ง ได้แก่ กัวเตมาลา อินโดนีเซีย และ ประเทศไทย แต่ละแหล่งปลูกผ่านกระบวนการแปรรูปที่แตกต่างกันเพื่อดึงคุณสมบัติเด่นของกาแฟออกมาอย่างเต็มที่ เช่น กาแฟจากกัวเตมาลาที่ผ่านกระบวนการแบบเปียก (Wet Process) ทำให้ได้รสชาติที่สะอาดและมีความหวาน ในขณะที่เมล็ดจากอินโดนีเซียที่เกาะสุมาตราผ่านกระบวนการเฉพาะ ทำให้ได้บอดี้ที่หนักแน่น ส่วนกาแฟจากไทยที่ผ่านกระบวนการฮันนี่ (Honey Process) ช่วยเพิ่มรสชาติหวานกลมกล่อมและซับซ้อนให้กับเบลนด์นี้

เมล็ดกาแฟเบลนด์ 1963 นี้ผ่านการคั่วในระดับกลางค่อนเข้ม โดยมีระดับการคั่วอยู่ที่ 6/10 เพื่อให้ได้รสชาติที่เข้มข้นแต่ไม่ขมจนเกินไป เมื่อได้ลองชิมจะสัมผัสได้ถึงรสชาติที่ซับซ้อนของ คาราเมล และ ช็อกโกแลต ที่โดดเด่น ตามมาด้วยรสเปรี้ยวอ่อนๆ ในโทนของ แอปเปิลแดง ที่ไม่ฉุนจนเกินไป ด้วยรสสัมผัสที่กลมกล่อมและไม่เปรี้ยวโดด ทำให้เบลนด์นี้มีบอดี้ที่หนักแน่นถึง 6/10 สามารถเข้ากันได้ดีทั้งกับเมนู กาแฟดำ ที่ต้องการความเข้มข้น หรือเมนู กาแฟใส่นม ที่ต้องการความละมุนและมีมิติ

ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่ชื่นชอบกาแฟรสชาติเข้มข้นหรือต้องการกาแฟที่สามารถดื่มได้ทุกวัน เมล็ดกาแฟ Alto Coffee 1963 Signature Blend คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างลงตัว ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และความลงตัวที่เกิดจากการผสมผสานเมล็ดกาแฟจากหลากหลายแหล่งปลูก คุณสามารถดื่มด่ำกับกาแฟแก้วโปรดได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นยามเช้าที่ต้องการความกระปรี้กระเปร่า หรือช่วงบ่ายที่ต้องการความผ่อนคลาย ด้วยความพิเศษของกาแฟเบลนด์นี้ที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ดื่มได้อย่างแน่นอน


คุณสมบัติสินค้า

  • ระดับการคั่ว: คั่วกลางค่อนเข้ม (ระดับ 6/10)
  • รสชาติหลัก: คาราเมล, ช็อกโกแลต, แอปเปิลแดง
  • บอดี้: หนักแน่น (ระดับ 6/10)
  • ความเปรี้ยว: น้อย (ระดับ 3/10)
  • เหมาะสำหรับ: กาแฟดำและกาแฟใส่นม
  • แหล่งที่มาของเมล็ดกาแฟ:
  • กัวเตมาลา: ผ่านกระบวนการแบบเปียก (Wet Process) ให้รสชาติสะอาดและหวาน
  • อินโดนีเซีย: ผ่านกระบวนการพิเศษ ให้บอดี้ที่หนักแน่น
  • ไทย: ผ่านกระบวนการฮันนี่ (Honey Process) ให้รสชาติหวานกลมกล่อม

คุณสมบัติและประโยชน์: เลือกเมล็ดกาแฟแบบไหนให้ถูกใจ?

  • แหล่งที่มาของเมล็ดกาแฟ: เมล็ดกาแฟจากแต่ละแหล่งปลูกจะมีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเลยค่ะ อย่างเมล็ดกาแฟจากเอธิโอเปียจะให้รสชาติออกแนวผลไม้ ดอกไม้ ส่วนจากโคลอมเบียจะมีความนุ่มนวลและรสชาติที่ซับซ้อนกว่า หรือจากบราซิลก็จะมีความเข้มข้น นัตตี้หน่อยๆ การเลือกเมล็ดจากแหล่งที่เราชอบจะช่วยให้เราได้กาแฟที่ตรงใจมากขึ้นค่ะ
  • สายพันธุ์: สายพันธุ์หลักๆ ที่เราจะเห็นในตลาดก็คือ อาราบิก้า และ โรบัสต้า ค่ะ อาราบิก้า จะให้รสชาติที่ซับซ้อน หอมละมุน และมีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่า เหมาะสำหรับคนที่ชอบดื่มกาแฟรสชาติอ่อนๆ ส่วน โรบัสต้า จะมีรสชาติที่เข้มข้น ขมกว่า และมีปริมาณคาเฟอีนที่สูงกว่ามาก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความตื่นตัวเป็นพิเศษ หรือเอาไปทำกาแฟเย็นที่ใส่นมใส่น้ำตาลเยอะๆ ก็จะยังคงความเข้มของกาแฟไว้ได้ค่ะ
  • ระดับการคั่ว: การคั่วก็เหมือนการปรุงอาหารค่ะ มีตั้งแต่คั่วอ่อน คั่วกลาง และคั่วเข้ม คั่วอ่อน จะให้รสชาติที่เปรี้ยวอมหวาน คล้ายผลไม้ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว คั่วกลาง จะให้รสชาติที่สมดุล ไม่เปรี้ยวหรือขมจนเกินไป เป็นระดับที่นิยมมากที่สุด คั่วเข้ม จะให้รสชาติที่เข้มข้น มีความขมเด่นชัด และมีกลิ่นหอมไหม้นิดๆ เหมาะสำหรับคนชอบกาแฟรสชาติหนักๆ ค่ะ
  • ความสดใหม่: เรื่องนี้สำคัญมากๆ ค่ะ เมล็ดกาแฟ ที่ดีต้องมีความสดใหม่ เพิ่งคั่วมาไม่นานเกิน 1-2 สัปดาห์ ถ้าซื้อมาแล้วเราจะสังเกตได้ว่าเมล็ดจะมีความมันวาวและมีกลิ่นหอมชัดเจน ซึ่งความสดใหม่นี่แหละค่ะที่เป็นตัวกำหนดความอร่อยของกาแฟแต่ละแก้ว

ประโยชน์ที่มากกว่าแค่ความอร่อย

  • ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและมีสมาธิ: คาเฟอีนในกาแฟจะไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาท ทำให้เราตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า และมีสมาธิในการทำงานมากขึ้นค่ะ เหมาะมากๆ สำหรับช่วงที่ต้องทำงานหนักหรืออ่านหนังสือสอบ
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ: เมล็ดกาแฟ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากค่ะ ซึ่งสารเหล่านี้จะช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด หรือโรคมะเร็งบางชนิด
  • ช่วยในการเผาผลาญไขมัน: มีการศึกษาหลายชิ้นที่ชี้ว่าคาเฟอีนสามารถช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ จึงเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก แต่ก็อย่าลืมออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยนะคะ
  • ดีต่อสุขภาพตับ: มีงานวิจัยบางส่วนที่บอกว่าการดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคที่เกี่ยวกับตับได้ เช่น โรคตับแข็ง
  • ช่วยลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานประเภทที่ 2: การดื่มกาแฟเป็นประจำสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้จริงค่ะ เพราะกาแฟมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

เทคนิคการเลือกซื้อเมล็ดกาแฟให้ได้ของดี

  • ดูวันที่คั่ว: สิ่งแรกที่ต้องดูเลยคือวันที่คั่วค่ะ ควรเลือก เมล็ดกาแฟ ที่คั่วมาไม่นานเกิน 1-2 สัปดาห์ เพราะกาแฟจะยังคงความสดใหม่และรสชาติที่ครบถ้วน
  • บรรจุภัณฑ์: ควรเลือกซื้อเมล็ดกาแฟที่บรรจุในถุงแบบมีวาล์ว (One-way valve) ค่ะ วาล์วนี้จะช่วยให้อากาศภายในถุงระบายออกได้ แต่ไม่ให้อากาศจากภายนอกเข้าไปได้ ทำให้เมล็ดกาแฟคงความสดใหม่ได้นานขึ้น
  • กลิ่น: ลองดมกลิ่นดูค่ะ ถ้าเป็นเมล็ดกาแฟที่สดใหม่และมีคุณภาพ กลิ่นจะหอมชัดเจน ไม่เหม็นหืนหรือมีกลิ่นแปลกๆ
  • เมล็ดกาแฟแบบเต็มเมล็ดหรือบดแล้ว?: แนะนำให้ซื้อแบบเต็มเมล็ดแล้วนำมาบดเองก่อนชงทุกครั้งจะดีที่สุดค่ะ เพราะการบดเมล็ดกาแฟจะทำให้กลิ่นและรสชาติระเหยออกไปอย่างรวดเร็ว การบดเองจึงช่วยรักษารสชาติที่ดีที่สุดเอาไว้ได้
  • แหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ: เลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือค่ะ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟเล็กๆ ที่คั่วเมล็ดเอง หรือร้านใหญ่ๆ ที่มีชื่อเสียง เพราะร้านเหล่านี้มักจะคัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพดีมาให้เราแล้ว

เคล็ดลับการชงกาแฟให้หอมอร่อยเหมือนบาริสต้า

  • เครื่องบดกาแฟ: ถ้าอยากได้กาแฟอร่อยๆ ควรลงทุนกับเครื่องบดกาแฟที่ดีหน่อยค่ะ เพราะขนาดของการบดมีผลกับรสชาติมาก ถ้าบดละเอียดไปกาแฟก็จะขม ถ้าบดหยาบไปก็จะไม่อร่อย
  • อัตราส่วน: ลองหาอัตราส่วนที่เหมาะสมกับตัวเองดูค่ะ ปกติแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 1:15 คือกาแฟ 1 ส่วนต่อน้ำ 15 ส่วน แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความชอบ
  • อุณหภูมิของน้ำ: น้ำที่ใช้ชงกาแฟก็สำคัญค่ะ อุณหภูมิที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 90-96 องศาเซลเซียส ถ้าใช้น้ำที่ร้อนเกินไปกาแฟจะไหม้และมีรสขม แต่ถ้าใช้น้ำที่เย็นไปก็จะได้กาแฟที่รสชาติอ่อนและเปรี้ยว
  • วิธีการชง: มีหลายวิธีให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องชงกาแฟแบบดริป แบบ French Press หรือแบบ Moka Pot ซึ่งแต่ละวิธีก็จะให้รสชาติที่แตกต่างกันไป ลองหาข้อมูลและทดลองดูว่าวิธีไหนเหมาะกับเรามากที่สุด

หวังว่า บทความนี้ จะเป็นประโยชน์ในการให้ข้อมูล เลือกซื้อ เมล็ดกาแฟ ให้ท่านที่กำลังลังเลว่าจะซื้อ เมล็ดกาแฟ ยี่ห้อไหนดี ที่จะเหมาะสมกับความต้องการ ให้คุณได้ เมล็ดกาแฟ ที่ตรงใจ นะคะ


แชร์บทความนี้